การวางแผนการศึกษาบุตร Education Plan


การวางแผนการศึกษาบุตร Education Plan


         วันนี้เรามาดูการวางแผน เพื่อการศึกษาบุตร 


ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมาก ถือเป็น serious money ที่เป็นภาระหน้าที่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่
เขาบอกว่าจะเกิดห่วงอยู่ 3 ห่วง

         1. วัยเด็กเล็ก ห่วงเรื่อง อาหารต้องดูแลเป็นพิเศษ ห่วงเรื่องสุขภาพเจ็บป่วยไข้ โดยเฉพาะมีรายงานวิจัยพบว่า เด็กเล็กที่ถูกปล่อยให้มีไข้สูง และชักบ่อย สมองจะหยุดพัฒนาการจะด้อยกว่าระดับเดียวกันถึง ปี ดังนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่คาดหวังคือ ต้องพบแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ซึ่งต้องมีการใช้จ่ายเงินที่แพงมากในส่วนนี้
        
2. วัยเรียน ห่วงมากที่สุดถึงที่สุด คือต้องการให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ

                                                                 ข้อมูลอ่านต่อในบทเรียนที่ปรึกษาการเงิน
       2. วัยเรียน ห่วงมากที่สุดถึงที่สุด คือต้องการให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ ที่มีชื่อเสียง เพื่อให้มีความรู้ไว้เลี้ยงชีพตัวเอง การเข้าโรงเรียนดีๆ ต้องใช้จ่ายเงินมาก นับตั้งแต่การเรียนในโรงเรียนและการเรียนพิเศษ
และที่สำคัญเป็นช่วงเวลาที่ลูกมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ต้องคอยดูแล ทั้งทางครอบครัว สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการคบเพื่อน เริ่มจากอนุบาล อายุ ขวบ เข้าเรียน ประถม มัธยม และเข้าเรียนปริญญาตรีตอนอายุ 18 ปี เข้าเรียนปริญญาโท ตอนอายุ  22 ปี จบปริญญาโทตอนอายุ 24 ปี จะเห็นได้ว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่นานมาก
       
3. วัยผู้ใหญ่ เมื่อลูกจบการศึกษา ห่วงของคนเป็นพ่อแม่ยังอยากให้ลูก ได้ทำงานมีอาชีพที่ดีๆ มีรายได้สูงๆ เมื่อก่อนอยากให้ลูกรับราชการ เพื่อว่าจะได้มีบำนาญ เบิกค่ารักษาพยาบาล แต่ปัจจุบันอยากให้ลูกเป็นเจ้าของธุรกิจ มีกิจการส่วนตัว และแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่น
ไม่ทราบว่าคุณพี่ห่วงเรื่องไหนมากที่สุดครับ คุณพ่อ คุณแม่ นึกอยู่สักพัก ก็บอกว่า ห่วงหมด แต่ห่วงมากสุดคือ เรื่องการศึกษาลูก 
                     ที่ปรึกษาใหม่ขยับ เข้าอีก อ๋อครับ แล้วถ้าสมมุติว่า จะให้ของขวัญลูกสักชิ้นหนึ่งระหว่างเงินสดก้อนหนึ่ง กับทุนการศึกษา ถ้าเลือกได้จะเลือกอะไรให้ลูกดีครับ ตอบว่า ทุนการศึกษาสิครับ เหตุผล ก็เพราะว่าเงินอาจใช้หมด แต่การศึกษาสามารถสร้างเงินได้ อ๋อครับ 
                    พี่ครับ พี่คิดว่า การศึกษาต้องใช้เงินเยอะไหมครับ ตอบ เยอะแน่นอน ห่วงตอนไหนมากที่สุดครับ ตอบว่าห่วงตอนเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเขาต้องไปเป็นอิสระ แต่ต้องใช้เงินจากเราอยู่ อ๋อครับ
                    พี่พอทราบไหมครับว่า ตอนนี้ มหาวิทยาลัยที่พี่อยากให้ลูกไปเรียน ระดับ ปริญญาตรี คือที่ไหนครับ และค่าเทอมค่าอยู่ค่ากินปัจจุบันเท่าไรครับ ตอบ ก็จะให้เรียนที่ ม ขอนแก่นทั้ง 2 คน จะเรียนอะไรแล้วแต่สมองเขา แต่อยากให้เขาเป็นพยาบาลคนหนึ่ง  อีกคนอยากให้เป็นผู้พิพากษา ค่าเล่าเรียนตอนนี้ที่เห็นเขาเรียนกัน ปริญญาตรีก็เดือนละ 10,000 บาท ปริญญาโทก็เดือนละ 20,000 บาท น่าจะมีอย่างอื่นอีก อ๋อครับ
                  ตอนนี้น้องพลอยอายุ 7 ขวบ น้องอิงอายุ 3 ขวบ

พี่ครับ การศึกษาต้องใช้เงินเยอะ เตรียมก็ได้ใช้ ไม่เตรียมก็ต้องใช้อยู่ดีใช่ไหมครับ ใช่
เครียมกับไม่เตรียมอยางไหนดีกว่ากัน ก็ต้องเตรียมดีกว่า 
พี่ครับก่อนเตรียม ผมขออนุญาตคุยเรื่องแนวคิดมูลค่าเงินตามเวลาครับพี่
พี่ครับ ที่ขอนแก่นตอนนี้ก๋วยเตี๋ยวราคาเท่าไรครับ ธรรมดา  40
แล้วเมื่อ 20 ปีที่แล้ว พี่กินชามละเท่าไรครับ  ก็ 15


 แสดงว่าอัตราเงินเฟ้อ มันทำให้ก๋วยเตี๋ยวแพงขึ้นใช่ไหมครับ พี่ยอมรับไหมครับ เอ้อ ยอมรับ
เฟ้อ 5.03 % ต่อปี
และถ้าจากนี้ไป จนถึงน้องพลอยเข้าเรียน ป ตรี ก๋วยเตี๋ยวที่นั่นก็คงประมาณ...เท่าไรครับ ..ไม่รู้



ชามละ 68 บาทครับ อื้อฮือ
แล้วตอนน้องอิงเข้าเรียนละครับ


83 บาท ครับ นี่เป็นคร่าวๆโดยประมาณการ แต่ใกล้ความจริงที่สุด
ตอนนี้เรามาคิดคำนวณ เงินที่น้องพลอยต้องใช้ทั้ง ป ตรี และ ป โท กันดีไหมครับ
ป ตรี ใช้เงินเรียน ปีแรก 


เงิน 120,000 ปัจจุบัน กับ 205,886 บาทในอนาคต คืออันเดียวกัน 
ยอมรับไหมครับ ยอม
ถ้ายอมรับเรามาไล่ไปเป็นปีๆ ดีไหมครับ



รวมปริญญาตรี 4 ปี เป็นเงินที่ต้องใช้ 887,790 บาท
ยอมรับไหมครับ ยอม
คราวนี้มาดู ปริญญาโท 2 ปี


รวมเงินที่ต้องใช้ 1,027,374 บาท
รวมปริญญาตรี และปริญญาโท 
1,915,164 บาท
กลมๆ 2,000,000 บาทนะครับ
แล้วตนนี้พี่เก็บไว้ให้น้องพลอยเท่าไรแล้วครับ...ก็..เอ้อ..เก็บบ้างไม่เก็บบ้าง
แล้วเก็บที่ไหนครับ...ก็เห็นแม่เขาทำประกันสะสมทรัพย์...ไว้เพื่อการศึกษา...
แล้วพี่คืดว่าพอไหมครับ....คือ เอ้อ ไม่น่าจะพอ 
ครับ ไหนจะน้องอิง อีกคน
ตกลงไม่มีนะครับ..... ok ครับ พี่เห็นว่าเงินมันเยอะ  ทำยังไงก็คงยาก พี่ต้องขยันเพิ่มขึ้น 
แต่วันนี้พี่โชคดี ที่มาเจอที่ปรึกษาการเงินอย่างผม ....
เรามาลองร่วมกันวางแผนสำหรับ เงินเพื่อการศึกษาน้องพลอย  1,915,164 บาท นี้กันนะครับ
1. วิธีแรก เอาแบบที่เราคุ้นเคย ฝากธนาคารครับ อัตราดอกเบี้ย 0.50 บาท ใช้เวลาหาเงินฝากอยู่ 11 ปี 
ต้องฝากปีละ 176,435 บาท ....อื้อฮือ......


2. วิธีที่2 ไปซี้อพันธบัตร ที่ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนประมาณ 3.00 บาท ออมอยู่ 11 ปี 
ต้องออมปีละ 166,000บาท .....อื้อฮือ ไม่ค่อยต่าง

แล้วประกันสะสมทรัพย์ล่ะ อ๋อครับ ทุกบริษัท ได้น้อยกว่าวิธีที่ 2 อีกครับ ....อ้าว..ทำไมล่ะ
ก็ทุกบริษัทต้องเอาเงินลูกค้าไปซื้อพันธบัตร ถูกบังคับโดยกฎหมาย แล้วจะได้เกินพันธบัตรได้ไง...
อ้าวเหรอ....ไม่เคยรู้ 
3. วิธีที่ 3 ครับ ไปซื้อ หน่วยลงทุน หรือ unitlink ซึ่งจัด port ตามใจเรา ผสมกันทั้งความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงต่ำ แถมมีระบบตัดขายทำกำไรอัตโนมัติ
ผลตอบแทนประมาณ 4% ต้องออมปีละ....
ลูกค้าจ้อง..

142,594 บาท ตกเดือนละ 11,800 บาท
พี่ครับระหว่าง ยอด 176,435 กับ 142,594 ถ้าเลือกได้พี่สะดวกจ่ายยอดไหนดีครับ
ลูกค้า...เฮ้อออ...โล่ง แล้วมันมีขายที่ไหน
อ๋อ พี่ต้องซื้อกับที่ปรึกษาการเงินที่มี IC License นะครับ ที่เขาสอบยากๆและขึ้นทะเบียนกับ กลต.นะครับ พี่พอรู้จักสักคนไหมครับ

บทสนทนา และการใช้เครื่องมือประกอบ ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน
คุณทำให้เขาเข้าใจ คุณกำลังทำตัวเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่นักขายเอายอด

ผมได้ออกแบบโปรแกรม wealthplus 2,2 for ipad เปิดคำนวณส่งให้ลูกค้าแค่เสี้ยวของปลายนิ้วคลิก











โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น